Beat.Murakami
ผมยืมหนังสือหนึ่งในเจ็ดเล่มของมูราคามิมาอ่านจนได้ หลังจากเข้าไปอ่านบล๊อกของคุณหมอตั๊ม ที่เขียนเกี่ยวกับหนังสือที่ชื่อว่า Pinball, 1973 หมอให้คำอธิบายงานเขียนของ มูราคามิ ได้อย่างกระชับจับจุดว่า ” เพี๊ยน “ แต่ ” เจ๋ง “
หนังสือที่ผมอ่านชื่อว่า ” Sputnik Sweetheart “
ที่หน้าแรกๆของเล่มมีเขียนเล่าเกี่ยวกับประวัติของยานอวกาศรัสเซียเล็กน้อย มีหนึ่งย่อหน้าที่ คุณ นพดล เวชสวัสดิ์ แปลเอาไว้ได้น่าสนใจ
” วันที่ 3 พฤศจิกายน สปุตนิก ขึ้นสู่วงทางโคจรรอบโลก คราวนี้มี ไลก้า, เยอรมันเชฟเพริ์ด อยู่ในยาน ไลก้าเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่เดินทางหลุดพ้นชั้นบรรยากาศรอบโลก ดาวเทียมดวงนี้ ไม่ได้กลับสู่พื้นโลก ไลก้าโคจรรอบโลกชั่วนิรันดร์ เซ่นสังเวยการศึกษาวิจัยชีววิทยาในอวกาศ ”
ผมว่าไลก้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหงาที่สุดในเวลานั้นด้วยเช่นกัน เพราะภายนอกยานมีแต่ความมืดบนความว่างเปล่าที่ไม่รู้จุดจบ ไลก้าจะสำเหนียกบ้างหรือไม่ว่ามันไม่สามารถกลับบ้านได้อีกต่อไป คำว่า ” นิรันด์ ” อาจจะฟังดูทารุณเกินไปสำหรับสัตว์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ หรือแม้แต่กระป๋องปลาซาร์ดีนบุบๆบี๊ๆก็ตามที
เรื่องราวหลักของหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงตัวละครหลักสามคน สุมิเระ มิว และ ตัวของมูราคามิเอง(ผมเชื่ออย่างนั้น เนื่องจากนายคนนี้ใช้คำแทนตัวว่า ” ผม ” ตลอดเวลา) และการเดินทางของจิตวิญญาณที่ซับซ้อน มูราคามินำเสนอผ่านสื่อที่เค้าเรียกว่า โลกคู่ขนานสองโลก ไร้ตัวตนในความเป็นจริง แต่ก็สามารถสัมผัสได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจนในงานเขียนของเขา
เนื้อเรื่องทั้งหมดแทบจะไม่มีจะอะไรซับซ้อน แนะนำให้ไปหาอ่านเองจะดีที่สุด
ผมจะขอยกความดีความชอบให้ คุณ นพดล อีกครั้งหนึ่ง เพราะแปลเป็นภาษาแม่ได้เด็ดขาดเกินบรรยาย จะขอยกตัวอย่างให้ยลกันเล็กน้อย
” ไม่มีมนุษย์คนไหนเดินทางผ่านชีวิตไปได้โดยไม่เคยลิ้มลองประสบการณ์โดดเดี่ยว อาจถึงขั้นเดียวดายเบื่อเหงาในป่ารกร้าง เขาจะพบว่า ต้องพึ่งพาตนเองเพียงสถานเดียว ห้วงเวลาเช่นนั้นจะสอนให้เค้ารู้จักพลังที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในตัว “
” เชือดคอหมา เอาเลือดราดนิยาย? “” ฉันไม่ฆ่าสัตว์หากเลี่ยงได้ “” เป็นแต่เพียงอุปมา “” นักเขียนไม่ต้องลงมือฆ่าสัตว์ “
” พวกเราเหล่าผู้นิยมเพศตรงข้ามมีศัพท์บัญญัติ เราจะพูดกันว่ารู้สึกอยากจนลึงค์แข็ง ” (ผมเข้าใจว่าผู้เขียนพยายามจะบอกรักคนอ่าน ซึ่งไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าไรนัก)
” เคยเห็นคนโดนยิงที่ไร้เลือดหลั่งหรือไม่ “
” ฉันอยากร่วมรักกับมิว อยากให้เธอกอดไว้ในอ้อมแขน ฉันยอมสละทิ้งสิ่งสำคัญในชีวิตไปหลายอย่าง ไม่มีอะไรจะสละได้อีกแล้ว ยังไม่สายเกินไป ฉันจะต้องร่วมรักกับมิว มุดเข้าไปในตัวเธอ เธอมุดเข้ามาในตัวฉัน เหมือนงูหิวโซสองตัวกลืนกินกันและกัน “
” เป็นไปได้หรือไม่ว่าโลกถูกส่งให้มาลอยดวงกลางอวกาศที่เวิ้งว้าง เพียงเพื่อให้เป็นที่พำนักของคนเหงา? “
นอกเหนือจากประโยคไม้ตายที่โดนนำเสนอผ่านการสนทนาสุดเพี๊ยนของตัวละครตลอดทั้งเรื่องแล้ว มูราคามิยังสามารถนำเสนอแง่มุมของความเหงาให้แก่ตัวละครอย่างถึงแก่นอีกด้วย ตัวละครในนิยายเล่มนี้ทุกคนมีความเหงาเป็นสื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ถึงกันอยู่ในโลกที่แท้จริง ขนานไปกับโลกของกิเลสตัณหาซึ่งถูกเปรียบเทียบเอาไว้เป็น ” โลกคู่ขนาน ” ที่ไร้ตัวตน
แค่นี้ก็คงจะเพียงพอสำหรับการอ่านหนังสือที่ทำให้คุณเกาหัวแกรกกราก
ไปหามาอ่านดูแล้วกันนะครับ

“โปรดอ่านคำเตือนบนฉลาก ห้ามอ่านเกินวันละสองเล่ม”
เดี๋ยวเหงาเกินพอดี
เล่มเดียวก็จุกอกแล้วละครับ