ถาดหลุม

เมื่อวานกินข้าวเย็นเป็นไข่ลูกเขยกับแกงจืดแตงกวายัดไส้ ระหว่างที่กินอยู่ก็มีภาพในสมัยที่ยังเป็นเด็กนักเรียนโผล่พรวดพราดขึ้นมาแบบไม่ได้รับเชิญ

ชีวิตการเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง จวบจนถึงมัธยมปลายผูกเอาชีวิตของเด็กนักเรียนตาดำๆกับถาดหลุมเกือบจะเรียกได้ว่าเข้าขั้นญาติสนิท ถึงแม้จะมีบางปีที่มีการเปลี่ยนระบบจากการรับอาหารที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้ ให้เป็นการซืื้อกินตามโรงอาหารก็ตามที แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าผมเติบใหญ่มาได้สิบสองปีก็เพราะอาหารที่นั่งหงอยเหงาอยู่ในหลุมต่างๆ

ถาดหลุมที่ทางโรงเรียนใช้เป็นถาดสังกะสีกลมๆ ประกอบด้วยหลุมทั้งหมดหกหลุมด้วยกัน หลุมกลมๆใหญ่ที่สุดหนึ่งหลุม ส่วนมากเอาไว้ใส่ข้าวสวยหรืออาหารจำพวกข้าวจานเดียว ขนาบข้างด้วยหลุมทรงกลมเล็กๆอีกสองหลุมที่เอาไว้ใส่ของเหลวจำพวกน้ำจิ้ม ถัดจากหลุมเล็กๆสองหลุมนั้นไปก็เป็นหลุมทรงกลมขนาดกลางอีกสองหลุม ส่วนมากเอาไว้ใส่กับข้าวแห้งๆกับของหวาน ส่วนหลุมสุดท้ายอยุ่ตรงข้ามกับวงกลมอันใหญ่ที่สุดพอดี มีหลุมเดียวเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูฐานโค้ง เอาไว้ใส่กับข้าวจำพวกแกงจืดเป็นส่วนมาก

พักเที่ยงพอดี ออดจะส่งเสียงเตือนก่อนสิบห้านาทีทุกวัน จิตใจผมมักไม่อยู่กับเนื้อหาที่อาจารย์สอนเท่าไรนัก เพราะมัวแต่นั่งเดากลิ่นอาหารว่ากลางวันนี้จะได้กินอะไรกันแน่ แล้วหลังกินข้าวจะไปเล่นที่ไหนดี จวบจนจะสอบเอ็นทร๊านซ์ก็ยังแก้นิสัยสติแตกช่วงสิบห้านาทีก่อนเที่ยงไม่หาย

แต่ช่วงปีหลังๆทางโรงเรียนจะเปลี่ยนจากเสียงออดมาเป็นเสียงเพลงประหลาดๆแทน ซึ่งฟังแล้วทุเรศกว่าเสียงออดแบบธรรมดามากมายนัก พอออดตีพักเที่ยง นักเรียนจะเดินเตาะเตะลงมาเข้าแถวต่อคิวกันยาวเหยียดตามระเบียง ถ้าห้องไหนเลิกก่อนก็ได้เปรียบ เพราะอาหารที่ได้จะดูดีกว่าคนที่มาหลังๆ ทั้งในเรื่องของปริมาณ คุณภาพ และรูปร่างหน้าตา

ถาดสังกะสีจะถูกวางซ้อนกันเอาไว้อยุ่ที่โต๊ะไม้ ถ้าวันไหนปริมาณถาดถูกวางซ้อนกันเยอะเกินไปมันจะดูเหมือนหอคอยสีเงินโค้งๆ เปราะบาง และพร้อมจะถล่มลงมาเมื่อไรก็ได้ เพื่อนๆจะหยิบถาดมาคนละใบ ผมยังจำเสียงก๊อกแก๊กของถาดที่กระทบกันได้แม่นเหมาะ นักเรียนบางคนเดินแล้วแกว่งเอาถาดมาชนกันบ้าง เอาถาดไปเคาะกับเสาปูนอาคารบ้าง บางคนเอาช้อนมาเคาะกับถาดให้เป็นจังหวะแปลกๆ เผื่อจะได้เอาไปใช้ในงานแสดงดนตรีบนเวที ตอนงานประจำปีของโรงเรียน หรือบางคนก็เอาฟันกัดถาดแก้หิวเล่นๆ หรือจะอะไรก็แล้วแต่

เสียงเหล่านั้นก็ยังเข้ามารบกวนความทรงจำผมอยู่เป็นระยะ

นักเรียนจะเดินตามแถวไปอย่างเป็นระเบียบเพื่อรับอาหารที่พี่เลี้ยงในชุดสีเขียวคอยบริการให้อย่างขะมักขะเม้น ถาดหลุมแรกจะถูกเติมเต็มก่อนด้วยข้าวสวยที่เย็นชืด แล้วเดินไปรับกับข้าวพวก หน่อไม้ผัด ไข่ลูกเขย หรือ ผัดผักอะไรซักอย่างที่ผมไม่เคยกินหมดซักที ที่ถูกหย่อนลงในถาดหลุมขนาดกลางที่ด้านหนึ่ง อาหารจำพวกแกงจืดเต้าหู้ ไข่พะโล้ หรือแกงเขียวหวาน ที่หลุมสี่เหลี่ยมคางหมูฐานโค้งที่ด้านบน แล้วจบด้วยขนมหวานที่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ไม่กี่แบบ ที่หลุมขนาดกลางฝั่งถัดมา

ผมไม่เคยชอบอาหารเซ็ตเหล่านี้ เพราะเวลาเดินเอากลับไปนั่งกินที่โต๊ะ ซึ่งบางทีอยุ่ห่างจากจุดรับอาหารเอามากๆ อาหารที่ประจำอยุ่ในหลุมต่างๆจะไหลแหกคอกมารวมกันที่จุดเดียวทำให้ดูไม่น่าเชยชมเท่าไรนัก ใครจะไปอยากกินขนมหวานใส่น้ำแข็งป่นพูนๆ ที่มีแกงเขียวหวานไปผสมอยู่เสียครึ่งนึงซะละครับ

ดังนั้นอาหารเซ็ตวิเศษที่ผมรอคอยการกลับมาของพวกเค้าเสมอๆคือ ส้มตำไข่เค็ม ที่หลุมใหญ่รูปสี่เหลี่ยมคางหมู กับข้าวเหนียวร้อนๆที่หลุมกลม และน่องไก่ทอดขนาดเล็กที่หลุมขนาดกลาง หรือ มักกะโรนี ผัดไท ที่หลุมกลมขนาดใหญ่ กับ เฉ๊าก๊วยที่สามารถขอให้พี่คนงานตักใส่ในหลุมทุกหลุมที่ว่างอยุ่ได้สบายๆ (เนื่องจากอาหารจานเดียวส่วนใหญ่ก็ใช้หลุมใส่อาหารคาวเพียงแค่หลุมเดียว ทำให้หลุมที่เหลือเกิดอาการน้อยใจไปตามๆกัน) 

ทางโรงเรียนอยากฝึกให้พวกผมเป็นเด็กเรียบร้อย กินเสร็จก็เดินไปเก็บถาดหลุมในที่ทางที่โรงเรียนจัดเอาไว้ให้หลังโรงอาหาร เรียกว่าเป็นการทำความสะอาดที่เอ็ดตะโร มะเทิ่ง และโวยวายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะถ้าจะให้สะอาดจริงๆก็ต้องเอาถาดลงไปเคาะกับถังพลาสติกที่ใส่เศษอาหารแรงๆ แล้วเอามือกำช้อนโยนลงไปในถังที่ทำด้วยเหล็กให้เสียงดังโครมคราม แล้วจึงค่อยเอาถาดซ้อนถาดเพื่อนๆที่กินกันเสร็จก่อนหน้านี้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี

คนเดียวก็พอทำเนา แต่พอมันมากกว่าสิบคนขึ้นไปก็ชักจะสื่อสารกันลำบาก ผมเคยพยายามเก็บถาดด้วยเสียงที่เบากริบที่สุด ตามนโยบายรณรงค์ ที่ช่วงนึงอาจารย์กำชับนักหนาว่าเราไม่ใช่คนป่าเถื่อน ทำอะไรก็ควรจะให้สุภาพเรียบร้อยสวยงาม แต่ลองแล้วก็ไม่สนุกเท่าเคาะมันแรงๆ โยนช้อนให้มันกระแทกกันดังๆ หรือเอาถาดฟาดลงให้มันลั่นเปรี๊ยงปร๊าง 

พอทำไปซักสี่ซ้าห้าปี แต่ละคนก็จะสามารถสร้างจังหวะเฉพาะเป็นของตัวเองได้

“ปุ๊งๆๆ…….เคร๊ง เคร๊งๆ(ผมโยนเครื่องมือการกินลงไปอย่างละที ผมว่ามันเท่ห์ไม่เบา)…..ผ่่างงงงง”

นั่นเป็นจังหวะส่วนตัวของผม

คุณเคยกินอาหารในถาดหลุมตอนเป็นเด็กมั๊ยครับ

ถ้าเคย คุณยังจำจังหวะเคาะถาดของคุณได้อยุ่หรือเปล่า?  

~ by pattosan on July 26, 2007.

7 Responses to “ถาดหลุม”

  1. ผมจำไม่ได้เท่าไหร่นัก ว่าตัวเองได้บรรเลงจังหวะอะไรลงไป

    ผมไม่ค่อยประทับใจอาหารถาดหลุมตั้งแต่เด็กๆ ที่มีการแจกดาวเมื่อกินหมด
    ผมไม่เคยได้ดาว เพราะผมไม่กินผัก ผมหวังว่าซักวันจะมีสาวน้อยเดินมาบอกผมว่า
    “ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก”

    อย่างไรก็ดีเมื่อโตขึ้น ผมก็มีโอกาสได้เจอถาดหลุมน้อยลงทุกทีๆ
    ผมคิดถึงบรรยากาศรอบๆถาดหลุม
    คิดถึงเพื่อนๆที่นั่งคุยกันอย่างออกรส แม้จะมีสาระเพียงน้อยนิด
    คิดถึงตอนที่กินเสร็จ แล้วไปหาอะไรทำกัน
    เช่น เล่นไล่จับ (แมนเชี้ยๆ)

    ตอนนี้ผมเจอแต่ปิ่นโตเหล็ก สี่ชัี้น อาหารก็วนไปวนมาจนจับทางได้
    ที่สำคัญผมคิดถึง “หมู”

    ด้วยรักและเคารพ

    :->m’26

  2. เราไม่ชอบเคาะถาด
    เราชอบหมุนหามุมที่ดีที่สุดอะ

  3. อืมม มีส้มตำไข่เค็มด้วยหรือ จำไม่ได้ว่าเคยพบคุณส้มตำไข่เค็มใน ถาดหลุม สงสัยออกเร็วไป น่าอิจฉา คุณ ๆ เสียจริงๆ
    “ปุ๊งๆๆ…….เคร๊ง เคร๊งๆ(ผมโยนเครื่องมือการกินลงไปอย่างละที ผมว่ามันเท่ห์ไม่เบา)…..ผ่่างงงงง”
    ^
    ^ ในที่สุดรวมกันแล้วสงสัยคุณได้เป็นจังหว่ะ jazz หรือ bossanova นะ

    ปล.นึกถึง ถังนมที่ต้องเดินลงไปแบกด้วย…บันเทิงจริงๆ

  4. ผมว่าช่วงนี้ “หลุมรัก” กำลังมาแรงกว่า

    ว่ามั้ยครับคุณ Pattosan

  5. ผมจำจังหวะในการเคาะถาดของผมไม่ได้เท่าไหร่
    คิดว่าคงเป็น drum’n bass หรือไม่ก็ psytrance . . .
    อาหารสุดโปรดของผมที่โรงเรียนคือข้าวมันไก่ เท่าที่ผมจำได้มันมีอยู่ไม่กี่ครั้ง เมนูไข่ลูกเขยคือเมนูที่ผมไม่ชอบมากที่สุด
    ส้มตำก็โอเค ผมว่าทีเด็ดมันอยุ่ที่ไก่ทอด. . .

    ในเชิงการออกแบบแล้วถาดหลุมกับน้ำแข็งเป็นปัญหาจริงๆหละ
    ผมไม่แน่ว่ามันเป็นปัญหาที่ถาดหลุมไม่ลึกพอ
    คนตักน้ำแข็งตักเยอะเกินไป(เข้าใจว่าตักเผื่อละลาย)
    หรือจังหวะในการกินข้าวให้พอดีกับน้ำแข็งละลายส่วนบุคคล
    หรือกระทั่งสภาพอากาศประเทศไทยที่ทำให้น้ำแข็งละลายไวจน
    คนตักน้ำแข็งต้องตักเผื่อ

    เริ่มไปไกลละ

  6. comment ของคุณ insider นี่ล่อแหลมทีเดียวนะครับ น่าโดน(แสงโสม)แบนเหลือเกิน

  7. ยังมีคนนึกถึงวันเวลาในอดีต…กันร่ำไป

    เมื่อไม่กี่วันก็ได้เปิดวงเสวนาเรื่อง อาหารสมัยประถม

    เท่าที่จำได้ก็มีเมนูเดิมๆมาตั้งสมัยไหนๆเเล้ว(สมัยน้าชาย กะสมัยเรา ยังเมนูเดียวกัน ที่เพิ่งเเวะไปก็เหมือนจะใช่เมนูเดิมเสียด้วย)

    ใช่ค่ะ ถาดหลุมอาจเปลี่ยนใบใหม่ เเต่มันก็ยังทำหน้าที่เดิมๆ

    โดนเคาะที่ใหม่ เเต่สร้างร่องรอยเเหงการเคาะไว้เสมอ เหมือนกับว่าจะนับเเต้ม (ชั้นโดนใช้เยอะกว่า)

    จนบางครั้งเคยคิดว่า ภายใต้เสียงเคาะ บุ-ป่ะ จะมีเสียงครวญของถาดหลุมบ้างไหม

    เเต่มันก็คงเป็นความทรงจำที่ดี เน๊อะ

    เราจำใส่สมอง เเต่ถาดหลุมจำใส่รอยบุป

    ปล.เเวะมาเยี่ยมนิทรรศการเเห่งความเหงา มีคนบอกว่าน่าสนใจ คอมเม้นยาวไปนิดคงไม่ว่ากะไร เเล้วจะเเวะมาเป็นเพื่อนบ้านน๊ะค่ะ

Leave a Reply