รับหรือไม่รับ

แม่ศรีนวลตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมของเอาไว้ตักบาตรกับหลวงปู่ และขบวนการกองทัพธรรมที่เดินผ่านหน้าบ้านแกทุกวัน เช้านี้มีขาหมูที่แกนั่งหลังแข็งเคี่ยวอยู่ทั้งคืน กับไข่ลูกเขยทอดกรอบๆ และข้าวหอมมะลิอีกสามสี่ถุง   

” ยิ้มใหญ่เลยนะแม่ศรี ” ยายข้างตลาดทักขึ้นมาระหว่างที่แกกำลังบรรจงวางอาหารลงในบาตร

” วันนี้วันหยุด ไอ้กระป๋องลูกชั้นกลับมาจากกรุงเทพมาเยี่ยมบ้านนะ “

” ไอ้ป๋องนะเหรอ มันอายุเท่าไรแล้วนะ “

” 25 แล้วยาย “

ยายทำหัวงกๆเงิ่นๆแปลอาการง่ายๆได้ว่ารับรู้ถึงข้อมูลที่แม่ศรีนวลส่งมา และเป็นการยอมรับโดยนัยว่าตัวเองแก่ขนาดไหน ครั้งล่าสุดที่แกจำไอ้ป๋องได้ คือตอนที่มันแก้ผ้าวิ่งพล่านอยุ่แถวๆคลองหลังบ้านแก 

…………………………………….

รถกระปุกวิ่งด๊อกแด๊กมาจอดที่หน้าบ้านไม้สองชั้นของแม่ศรีนวล แกรีบกุลีกุจอเดินลงชานมาต้อนรับลูกชายคนโตกลับบ้าน

” สวัสดีครับแม่ ” เด็กหนุ่มตะโกน แล้วเดินลงมาจากท้ายรถ เนื้อตัวเปรอะไปด้วยฝุ่นลูกรังสีแดง

” ว่าไงไอ้กระป๋อง “

” โธ่แม่ บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมแบบนั้น “

” เอ๊า แล้วจะให้ข้าเรียกว่าอะไร ตอนเด็กๆก็เรียกเอ็งมาอย่างนี้ตลอด ” แกเดินเข้าไปกอดลูกชายหนึ่งที แล้วบุ๊ยใบ้ว่าให้ไปนั่งที่แคร่หน้าบ้านก่อน ” แล้วนี่กินอะไรมารึยัง หิวมั๊ย “

” ออไม่ครับ  ผมหาซื้ออะไรทานในรถไฟมาเรียบร้อย เดินทางมาเหนื่อยๆนะ ยังไงถ้าได้น้ำซักแก้วก็น่าจะดีนะครับ อากาศร้อนทีเดียววันนี้ ”

แม่ศรีนวลได้ยินดังนั้นเลยหายผลุบเข้าครัวไป

…………………………………….

เด็กชายกระป๋อง ที่ตอนนี้กลายเป็นเด็กหนุ่ม และมีชื่อเต็มว่า สมพบ กำลังนั่งเคี๊ยวหมูยอสดท่อนเท่าขาที่แม่ศรีนวลเอามาให้กับน้ำเปล่าแก้วเล็กๆ

” เป็นไง หิวละซิเรา เนี่ยแม่ซื้อมาจากยัยจันที่ข้างตลาด เอ็งยังจำได้ใช่มั๊ย แกทำหมูยอท่อนใหญ่ที่สุดในอุทัยธานี อร่อยที่สุดด้วย “

” ครับ ” สมพบเริ่มเมื่อยปากจากการเคี้ยวหมูยอ

หลังจากการถามสารทุกข์สุกดิบเป็นเวลานาน จู่ๆแม่ศรีนวลก็ตัดบทสนทนาขึ้นมาว่า

” เออ แม่จะถามเอ็งเรื่อง รัฐธรรมนูณปี 50 หน่อย “

สมพบหยุดเคี๊ยวทำท่าจะสำลักหมูยอ แล้วหันหน้ามาทางแม่ช้าๆ

” แม่สนใจเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร “

” เอ็งอย่าว่ามันไม่สำคัญเด็ดขาดนะเรื่องแบบนี้ มันทำให้เสื้อเชิ๊ตมอๆที่เอ็งใส่อยู่นะแพงขึ้น ส่วนหมูยอที่เอ็งกัดอยุ่ วันหลังเอ็งก็จะซื้อได้แค่ครึ่งท่อน ”

สมพบนั่งมองหมูยอที่มีรอยฟันของเขาเองอย่างหวาดๆ

” ผมไม่ค่อยรุ้เรื่องพวกนี้เท่าไรนะแม่ “

” หา!! ไม่รุ้เรื่อง เอ็งทำไมตกยุคขนาดนี้ ไอ้ห่าเอ๊ย เสียทีข้าเลี้ยงเอ็งมาแทบตาย เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ทุกวัน ประเทศชาติจะชิบหายเอ็งยังไม่รุ้เรื่องอีกเหรอ “

แม่ศรีนวลหายผลุบเข้าไปหลังครัวเป็นรอบที่สอง

…………………………………….

ศรีนวลเดินอาดๆออกมาจากท้ายครัว ในมือข้างนึงแบก Mac Book ออกมาหนึ่งเครื่อง สมพบได้แต่มองตาค้าง หมูยอยังค้างอยุ่เต็มปาก

” แม่ไปเอาโน๊ตบุ๊คมาจากไหน ? “

” ขโมยเค้ามามั๊ง ไอ้ห่า แม่ผากไอ้แมวไปซื้อให้ตอนมันกลับมาจากรุงเทพ เห็นงานยุ่งแม่เลยไม่กวนเอ็ง ไอ้แมวมันบอกยี่ห้อเนี๊ยดีที่สุด มันชื่อแอ๊บ ห่าอะไรแม่ก็จำไม่ได้ แต่ไอ้ด้านหน้ามันเหมือนลูกพุทราดี แม่เลยเรียกว่าไอ้พุทราขาว “

สมพบกินหมูยอต่อไป แต่ตั้งใจมอง ” ไอ้พุทราขาว ” ของแม่ศรีนวลอย่างใจจดใจจ่อ

แม่ศรีนวลล๊อกอินเข้าไปในเวบไซต์อะไรซักอย่าง ด้านในมีข้อมูลอัดแน่นอยุ่เต็มไปหมด ส่วนมากเป็นการรณรงค์ขับไล่ผู้คนบางกลุ่มให้ออกไปจากประเทศ ภาพของประชาชนใส่เสื้อสีเหลือง โบกธงถือป้ายกันให้เกลื่อนไปหมด

” เอ็งดูนี่ซะ เห็นมั๊ย เอ็งควรไปโหวตไม่รับรัญธรรมนูณฉบับนี้ มันจะทำให้ประเทศเราวุ่นวายมากขึ้น ตอนนี้มันเหมือจะคืนประชาธิปไตยให้เราก็จริง แต่เดี๋ยวพอเรื่องมันแดงขึ้นมาเดี๋ยวบ้านเมืองก็ล่มสลายกันพอดี ในระยะยาวมันไม่คุ้มนะเอ็ง “

สมพบมองภาพในจอแบบงงๆ ทั้งชีวิตเค้าไม่เคยคิดอะไรมากไปกว่าคืนนี้จะกินอะไรดี แล้วจะทำยังไงให้เจ้านายไม่โมโห

” เนี่ย คนนี้เค้าเก่ง เค้าฉลาดนะ แม่ว่าเดี๋ยวนายคนนี้จะต้องกลับมากู้ประชาธิปไตยคืนมาแก่บ้านเมืองของเรา แล้วราคาของกินของใช้มันก็จะถูกลง แม่ก็จะอยู่สบายขึ้น “

” แม่รู้ได้ไง “

” เค้าบอกแม่มา เนี่ยเค้าเขียนเอาไว้มึงเห็นมั๊ย “

” แล้วแม่แน่ใจได้ไงว่าเค้าไม่หลอกแม่ “

” เค้าไม่หลอกประชาชนหรอก มีคนเข้ามาดูเวบนี้ตั้งเท่าไร เค้าเป็นเจ้าของทีมบอลด้วยนะเอ็ง “

ไอ้พุทราขาวส่งเสียงร้องแบบเอื่อยๆ มันคงเบื่อเรื่องการเมืองที่แม่ศรีนวลเปิดดูทุกวี่ทุกวัน

” ผมว่า ……… ยังไงมันก็เรื่องภายในนะแม่ของแบบนี้ ยังไงมันก็น่าจะมีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องที่เราไม่เข้าใจ ไม่มีทางเข้าถึง ผมว่าถึงโหวต รับ ไม่รับ มันก็มีค่าเท่ากันนั่นละ “

” เอ็งก็คิดอยุ่แต่ยังงี๊ละ สมัยเด็กๆเอ็งก็เป็นแบบนี้นั่นละ ชีวิตเอ็งถึงไม่ก้าวหน้าซักที เอ็งต้องเป็นคนเด็ดขาด เลือกฝ่ายไหนซักฝ่าย ไม่งั๊นเอ็งไปอยุ่เป็นคนป่าคนดงล่าสัตว์กินไม่ดีกว่ารึ “

สมพบกินหมูยอหมดแล้ว เค้ารุ้สึกจุกๆพิกล

แม่ศรีนวลปิดฝาไอ้พุทราขาวแรงๆ เป็นการกึ่งประชดลูกชายตัวเอง แล้วผลุบหายเข้าไปในครัวเป็นรอบที่สาม

…………………………………….

แม่ศรีนวลเดินกลับออกมาด้านนอกอีกครั้ง คราวนี้แกเอาไอ้พุทราไปเก็บ แล้วหยิบเสื้อโปโลสีแดงมายื่นให้ลูกชาย สมพบรับมาแบบมึนๆ

” อะไรเนี่ยแม่ “

” เสื้อสีแดงไง เสื้อสีแดง ใส่ซะเค้าจะได้รู้ว่าเอ็งไม่รับร่างรัฐธรรมนูณฉบับนี้ “

” โธ่แม่ อย่าบอกนะว่าแม่ถูกเค้าหลอกขายมา แล้วผมก็โตแล้ว ผมตัดสินใจเองได้ว่าจะรับหรือไม่รับ ทำไมแม่ต้องมาแบ่งฝ่ายแทนผมด้วย “

” ก็เอ็งตัดสินใจไม่ได้ซักกะที แม่ก็ตัดสินใจแทนเอ็งไง “

” เอาน่าผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน บอกไม่ได้หรอกแม่ “

แม่ศรีนวลเกิดอาการเคือง เลยตวาดใส่ลูกชายแกว่า

” ไอ้คนป่าเอ๊ย ไปอยู่ในป่าแล้วกินรากไม้ซะเถอะ “

แกเลยใส่เสื้อแดงเสียเอง แล้วเดินเข้าครัวเป็นรอบที่สี่เพื่อไปทำข้าวเย็น   

…………………………………….

ข้าวเย็นวันนี้เป็น ไข่ทอดชะอม กับกะปิรสอร่อย แม่ศรีนวลคุยเกทับบ่อยๆว่าเป็นสูตรที่ตกทอดมาจากรุ่นทวดเลยทีเดียว กับอีกอย่างเป็น ปลาจาระเม็ดทอดสองตัว กับต้มยำข่าไก่สีขาวนวล สมพบตักข้าวเข้าปากเคี้ยวยวบยาบ ในท้องยังมีหมูยออัดอยู่แน่น

” เออ แม่ “

” อะไร เอ็งตัดสินใจแล้วเรอะ “

สมพบทำหน้าเบ๊

” เปล่าๆ น้าใจแกฝากเอาของมาให้แม่นะ แกบอกว่าขอบคุณแม่มากที่ช่วยเหลือคราวนั้น “

” ของอะไร “

“ เออผมก็ไม่รู้นะแม่ มันอยุ่ในห่อกระดาษ ผมเองก็ยังไม่ได้เปิดดู “

ที่ชานไม้หน้าบ้าน สองแม่ลูกกำลังเปิดห่อกระดาษที่สมพบแบกมาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ในนั้นมีการ์ดอยุ่หนึ่งใบเขียนว่า ” ขอบคุณแม่ศรีนวล บุญคุณที่ติดค้างอาจตอบแทนได้เท่านี้ ” ที่ด้านในมีเงินมัดอยุ่ ฟ่อนใหญ่ๆ สามสี่อัน

สมพบเห็นแล้วอยากจะอ๊วกเอาหมูยอและอาหารที่กินเข้าไปเมื่อกี๊ออกมา

” เงิน!!! แบ๊งค์พันด้วยแม่ กี่ล้านละเนี่ย ” แม่ศรีนวลนั่งมองเงินก้อนนั้นอย่างนิ่งเงียบ 

” เอายังไงดีละเนี่ย ” แม่ศรีนวลบ่นเบาๆกับตัวเอง

” อะไรนะแม่ หมายความว่ายังไง เค้าให้มาก็ต้องรับซิ “

” ก็แม่ไม่ได้ช่วยเค้าเพื่อหวังผลตอบแทน เอ็งก็รู้ แล้วถ้ารับเงินเค้า ชาวบ้านเค้าจะมองว่าแม่เอ็งหน้าเงิน ช่วยคนเพื่อของตอบแทน แต่ถ้าไม่รับเดี๋ยวเค้าก็จะไม่สบายใจ หาว่าแม่หยิ่งศักดิ์ศรี ไปดูถูกเค้า เอ็งว่าแม่ควรจะทำยังไงดี “          

สมพบ คิดอยู่นานสองนาน พลางนั่งเทะหัวปลาจาระเม็ดไปด้วยแก้เหงา และให้เลือดวิ่งขึ้นไปเลี้ยงสมองมากขึ้น

” ผมรุ้แล้วแม่!!! “

แม่ศรีนวลดีใจที่ลูกชายพบหนทางแก้ไขสำหรับปัญหาของแก

” ถ้าแม่ยังไม่รุ้ว่าจะรับ หรือ ไม่รับ แม่ก็ไปอยุ่ป่า ล่าสัตว์ แล้วก็กินรากไม้ไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ “

สมพบปล่อยมุขใส่แม่ตัวเอง เขาคิดว่ามันตลกที่สุดในโลก เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วพื้นนา

แม้แต่ควายก็ยังสะดุ้ง

แม่ศรีนวลนิ่งเงียบ ลุกขึ้นมาจากชานไม้ แล้วเดินเข้าครัวเป็นรอบที่ห้า

แกจะไปเอาสากมาตีหัวลูกชายแก

   

~ by pattosan on August 19, 2007.

2 Responses to “รับหรือไม่รับ”

  1. !! แต่งเองหรือนี่!!

  2. ครับผม
    จะว่าไปแม่ศรีนวลก็แม่ผมเองนั่นละ แกลงทุนขนาดซื้อโน็ตบุ๊คมาหนึ่งเครื่อง เพื่อดูเวบของทักษิณโดยเฉพาะ ส่วนนาย สมพบ นั้นก็ผมเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Leave a Reply