สมชายเป็นพนักงานบริษัทเก่าแก่แห่งนึงในเยาวราช ช่วงสามสิบปีที่ผ่านมาสมชายทำงานอย่างหนักจนสามารถไต่เต้าได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น รองประธานกรรมการบริหารบริษัทจนสำเร็จ ตอนนี้ใครๆในบริษัทก็หันมายกยอปอปั๊นสมชาย ทั้งๆที่แต่ก่อนบางคนแทบจะเอาตีนยันยอดหน้าสมชายด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้หลังจากสมชายได้เป็นคนใหญ่คนโตในบริษัท พวกเดนมนุษย์นั่นแทบจะมาเลียแข้งเลียขาสมชายวันละสามเวลาด้วยซ้ำไป
เดี๋ยวนี้สมชายจึงล้างเท้าเป็นประจำ เวลาโดนคนประจบจะได้ไม่รู้ว่าสมชายตีนเหม็น
ตอนนี้สมชายกำลังถึงจุดสุดยอดของชีวิตการทำงาน เขาคิดว่าเขาควรลาหยุดเพื่อพักผ่อนร่างกายที่หักโหมมานาน รีสอร์ทหรูๆริมทะเลเป็นสถานที่แรกๆที่ผุดขึ้นมาในมโนภาพของเขา อาจเป็นเพราะโฆษณาเกี่ยวกับหาดทรายสีขาวๆกับน้ำทะเลสีใสที่สมชายเห็นในทีวีเมื่อวานก่อนก็เป็นได้
” แดงคงอยากไปทะเล ” สมชายคิดอยู่คนเดียว
สมชายกำลังเก็บของใช้กับเสื้อผ้าที่จำเป็นเข้าไปในกระเป๋าเดินทางใบเก่าๆ ภายในหัวเฝ้าคิดถึงแต่เหตุการ์ณเมื่อวานตอนที่เข้าไปขอลาพักร้อนกับอาฟง อาฟงเป็นประธานสูงสุดของบริษัทเก่าแก่แห่งนี้ คำพูดของอาฟงชี้เป็นชี้ตาย เขาเป็นคนมุทะลุดุดัน และเฉียบขาด อาฟงสามารถสั่งให้พนักงานบริษัทไปกินอึหมาตอนที่หมากำลังจะอึก็ยังได้ ถ้าเข้าเห็นว่ามันสมควร แน่นอนว่าที่ผ่านมาไม่มีใครต้องไปกินอึหมา เพราะมันไม่เกิดผลดีอะไรต่อการบริหารองค์กรซักนิดเดียว
” อะไรกัน!!! คุณจะมาลาพักร้อน ตอนนี้นะเหรอ!! ” เสียงอาฟงดังยิ่งกว่าแผงประทัดในงานแซยิด
” ครับนาย ” สมชายขยับกรอบแว่นหนาเตอะ
” แต่ตั้งแต่คุณเข้ามาทำงานกับเราสามสิบปีคุณยังไม่เคยลางานแม้แต่ครั้งเดียว ขนาดวันสงกรานต์คุณก็ยังเสือกมาทำงาน วันนั้นผมก็ถามว่าคุณมาทำเฮี่ยอะไรทั้งๆที่พนักงานเค้าก็หยุดกันหมด คุณก็ตอบว่าผมมาทำงาน คุณแม่งขยันชิบหาย ” อาฟงทำท่าเหมือนจะสำลักน้ำลายตัวเองแล้วกำลังจะพูดต่อ
” สรุปผมหยุดได้มั๊ยครับนาย ” สมชายตัดบท
” คุณอยากไปเที่ยวอะไรก็ไปเถอะคุณ คงไม่มีใครในบริษัทนี้จะสมควรได้รับการพักผ่อนมากเท่าคุณอีกแล้วละ ” เจ้าของกิจการกว่าห้าสิบปีไม่พูดอะไรต่อ นอกจากถอนหายใจยาว
…………………………………………………………………………………………………………………………
สมชายจัดของจนเสร็จ เขาไม่ลืมที่จะชวนแดงภรรยาสุดที่รักของเขาไปด้วย
” วันนี้เราไปทะเลนะแดง คุณบ่นว่าอยากไปมาตลอดไม่ใช่เหรอ ” สมชายเปล่งเสียงอ่อนโยน
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากภรรยาของท่านรองประธานกรรมการบริหารบริษัท
” งั๊นเราไปกัน ” สมชายพาภรรยาเขาขึ้นรถไปที่เมืองชายทะเลชื่อดัง
การขับรถเป็นไปอย่างสะดวกสบาย สมชายเร่งเครื่องมาถึงที่โดยไม่ยากเย็นเท่าไรนัก เนื่องจากสภาพเมืองที่ง่ายต่อการคมนาคมและพัฒนาจนเกือบจะกลายเป็นกรุงเทพแห่งที่สอง สมชายพาแดงเดินเข้าไปที่ด้านหน้ารีสอร์ทอย่างเชื่องช้า ที่บริเวณโถงต้อนรับไม่่ค่อยมีคนมากเท่าไร อาจเป็นเพราะช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงหน้าฝน คนเลยตัดสินใจที่จะนอนฟังเสียงฝนกระทบหลังคาเปาะแปะอยู่ที่บ้านแทน
” ห้องนึงสำหรับสองคนครับ ” สมชายบอกกับพนักงานต้อนรับ พร้อมกับหยิบเครดิตการ์ดสีทองออกมาจากกระเป๋าด้านหลัง
” อะไรนะคะ ” พนักงานเลิกคิ้ว
” ผมบอกว่าขอห้องนึงสำหรับผมและภรรยาครับ ” สมชายกอดแดงเอาไว้แน่น แดงไม่พูดอะไร
“ ได้คะ ” พนักงานรีบกุลีกุจอจัดแจงเอาเอกสารออกมาให้สมชายเซ็นจำนวนมาก พริบตานึงสมชายนึกว่าเขากำลังตึ๊งของอยุ่ที่โรงรับจำนำ ” โรงรับจำนำเฮี่ยอะไรจะมาตั้งอยุ่หน้าชายหาดสีขาว ” สมชายคิดอยุ่ในใจพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ถ้าเขาบอกแดง แดงคงต้องขำแน่นอน เดี๋ยวเขาจะเก็บเอาไว้เล่าให้แดงฟังวันหลัง
พนักงานพาแดงและสมชายไปที่ห้องพัก ภายในห้องตกแต่งเอาไว้ด้วยวัสดุชั้นดี พื้นที่การใช้สอยถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ทุกส่วนดูเหมือนจะผ่านการออกแบบมาอย่างปราณีต แม้กระทั่งกลอนประตูที่เอามือของพระพุทธรูปมาดัดแปลงทำออกมาได้อย่างอย่างเก๋ไก๋ ใครจะรู้ว่าจะมีส่วนไหนของพระพุทธรูปถูกเอามาทำเป็นกลอนประตูอีก แทรนด์ปีหน้าอาจจะเป็น จีวร หรือ น่องขาขวา
สมชายให้ทิปพนักงานไปห้าร้อยก่อนจะอุ้มภรรยาของเขาไปวางลงบนเตียงนุ่มนิ่ม
” พักผ่อนก่อนนะคุณ เดี๋ยวอีกซักชั่วโมงเราจะไปที่ชายหาด ” เสียงสมชายกระซิบเบายิ่งกว่าเสียงใบไม้เสียดสีกัน แล้วสมชายก็พลอยหลับไปด้วย
เป็นเวลานานเท่าไรไม่ทราบได้ สมชายตื่นขึ้นมาพร้อมกับดวงอาธิตย์ที่กำลังจะเคลื่อนพ้นขอบฟ้า สมชายรู้ตัวว่าเขากำลังช้า เขารีบพาแดงไปที่ชายหาดที่อยุ่ไกลออกไปจากรีสอร์ทไม่มากนัก ที่นั่นเขาหยุดอยุ่ที่โขดหินที่สูงขึ้นมาจากพื้นน้ำราวๆสามเมตร เขากอดแดงเอาไว้แน่นแทบอก
สมชายหยิบเศษกระดาษเก่าๆขึ้นมาจากกระเป๋าด้านหลัง ถึงแม้สภาพมันจะไม่ต่างอะไรกับกระดาษเช็ดก้นที่ใช้แล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะได้รับการทะนุถนอมมาอย่างดีทีเดียว เขาค่อยๆคลี่มันออกแล้วอ่านประโยคยึกยือที่เขียนโดยภรรยาของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาก็อ่านมันจนจำได้ขึ้นใจ
เขาค่อยๆยกโหลเซรามิคขนาดพอมือขึ้นเพื่อเทเถ้ากระดูกของคนที่เขารักมากที่สุดในชีวิตลงทะเล
ฝุ่นผงสีเทาคือภรรยาของเขา เป็นคนที่สมชายมอบหัวใจให้ คนที่เขารักมากที่สุดในโลกนี้
” แดง ” เสียงของสมชายแหบพร่า
สมชายค่อยๆเทแดงลงในทะเลอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เร็วเกินไป ไม่ให้ช้าจนเกินไป พลางพร่ำบ่นข้อความที่เขียนอยุ่ในกระดาษแผ่นเล็กๆที่เค้าเก็บเอาไว้ตลอดเวลา หลังจากที่เธอจากเขาและโลกนี้ไป
” สมชายคะ ถ้าหากฉันได้อำลาจากโลกนี้ไปแล้ว ฉันอยากให้คุณเอาเถ้ากระดูกของฉันไปลอยในทะเล แล้วพอถึงเวลานั้นฉันก็จะส่งข้อความสุดท้ายให้กับคุณ “
สมชายหลั่งน้ำตาออกมาอย่างสิ้นสติ เขารุ้สึกเสียใจกับการกระทำในอดีตของเขา ย้อนไปไม่ถึงสิบปี สมชายทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลังในบริษัทของอาฟง เขาไม่มีเวลาได้ดูแลหรือพูดคุยกับภรรยาของตัวเองเลยเวลากลับบ้าน ตลอดหลายปี จนกระทั่งภรรยาของเขาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งขั้นสุดท้ายทำให้เธอไม่สามารถพูดได้ หรือเธอเลือกที่จะไม่พูดก็ไม่มีใครทราบ
ก่อนตายแดงก็ทิ้งกระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียวเอาไว้กับสมชาย
สมชายเทเถ้ากระดูกจนหมด ไหเซรามิกนั้นว่างเปล่า ตอนนี้สมชายได้แต่เฝ้ารอปาฎิหารย์ เขาแค่ต้องการจะเห็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับภรรยาของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ถึงขนาดต้องเป็นข้อความหรอก แค่ แสงสีฟ้า เส้นผมซักเส้น หรือปลาฮุบน้ำซักตัวก็ยังดี อะไรก็ได้ที่ทำให้เค้ารุ้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาแดงคิดถึงเขาขนาดไหน และเขาเองนั้นเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำไปเพียงไร
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทันใดนั้นเองผงกระดูกที่เกาะกันอยู่เหนือผิวน้ำที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามกระแสของคลื่นก็เริ่มไหวติง และดูบิดเบี๊ยว และเริ่มวิ่งทวนกระแสไปรวมกันป็นกลุ่มอยุ่ที่จุดๆเดียว สมชายจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ ภรรยาของเขากำลังจะพยายามบอกอะไรกับเขาซักอย่าง เถ้ากระดูกที่เริ่มเคลื่อนไหวและก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนขึ้น สมชายร้องขึ้นในห้วงความคิดอย่างลิงโลด
” ข้อความ ข้อความสุดท้ายที่แดงสัญญาเอาไว้!! “
ด้วยความมหัศจรรย์ใจเป็นยิ่งนัก เถ้ากระดูกของแดงลอยมาเกาะตัวรวมกันเป็นวลีสั้นๆที่สามารถอ่านได้ด้วยภาษาไทยแบบราชบัณฑิตยสถานที่แปลได้ความหมายอย่างง่ายๆว่า
.
.
” ไอ้ผู้ชายเฮงซวย “
Recent Comments